ข้อเสนอเชิงนโยบายประเด็นสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว




       พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568

"พลเมืองทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้"

       จากสถิติการจดทะเบียนสมรส สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2569 คู่สมรสหลากหลายเพศที่จดทะเบียนสมรสมีจำนวน 265,816 คู่ แบ่งเป็น 1) ชาย - ชาย จำนวนว 6,203 คู่, 2) หญิง - หญิง จำนวน 20,083 คู่ และ 3) ชาย - หญิง จำนวน 239,530 คู่

       คู่สมรสเพศหลากหลายสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกันของคู่สมรสเพศหลากหลาย แต่สิทธิหน้าที่ตามกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน ถึงแม้ในขณะนี้ผ่าน 180 วัน นับจากวันบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่สมรสเท่าเทียมได้เริ่มดำเนินการแก้ไขกฎหมายในหน่วยงานไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ คู่สมรสหลากหลายเพศที่จดทะเบียนสมรสแล้ว ยังเผชิญปัญหาอุปสรรคในการแสดงสถานะคู่สมรสเพื่อรับบริการในหน่วยงานรัฐและเอกชน ยกตัวอย่างเช่น

1. ระเบียบภายในของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจบางแห่ง คู่สมรสเพศหลากหลายยังใช้สิทธิสวัสดิการไม่ได้ เนื่องจากระเบียบยังให้สิทธิกับ "สามีภริยา สามี หรือ ภริยา" (กระทรวงแรงงาน)

2. ถึงแม้ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สมรสเท่าเทียม) จะอนุญาตให้คู่สมรสเพศหลากหลาย สามารถจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ แต่ในทางปฏิบัติมีคู่สมรสเพศหลากหลายที่ถูกปฏิเสธจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่สมรสเพศหลากหลายที่มีฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

3. ถึงแม้ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สมรสเท่าเทียม) จะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนสมรสของคู่สมรสเพศหลากหลายที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ แต่ในทางปฏิบัติ ในกรณีที่ต้องใช้ใบรับรองสถานะการเป็นโสด จากประเทศต้นทางที่ยังไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม มักเกิดปัญหาการรับรองเอกสารจากประเทศต้นทางนั้น กรมการปกครองและกระทรวงต่างประเทศ ยังไม่มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ คู่สมรสเพศหลากหลายชาวต่างชาติ ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ หรือจดทะเบียนสมรสได้ล่าช้า (กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตต่าง ๆ) เป็นต้น

กลุ่มสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองว่า

       1. ขอให้พรรคการเมืองดำเนินการติดตาม การทบทวนกฎหมาย และเสนอ ผลการทบทวนพร้อมทั้งร่างกฎหมายในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ 2567

       2. ขอให้พรรคการเมือง ดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐ กรม กระทรวง ทบทวนแนวปฏิบัติ ในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปฏิเสธโดยไม่สมเหตุสมผล

       3. ขอให้พรรคการเมือง เสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและกำหนดให้มีสัดส่วนของประชาชนเพศหลากหลายในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

       ทั้งนี้ ขอให้สนับสนุนเนื้อหาในรัฐธรรมนูญกำหนดถ้อยคำสำคัญ ในทุกหมวดให้ครอบคลุมประชาชนเพศหลากหลาย โดยเฉพาะหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่กำหนดเรื่องการห้ามเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่ง “เพศ” “เพศสภาพ” “เพศวิถี” “คุณลักษณะทางเพศ”